1. ทะเล @ SEA 2. ภูเขา @ MOUNTAIN 3. น้ำตก @ Waterfall 4. ถ้า @ Cave 5. หิน @ Rock 6. ป่า @ Forest 7. บ่อน้ำ @ Swamp 8. แก่ง @ ISLET 9. ดิน @ Soil 10. น้ำพุ @ SPRING 11. แม่น้ำ @ River 12. จุดชมวิว @ View Point 13. ดอกไม้ @ FLOWER 14. ไดโนเสาร์ @ Dinosaur 15. ชีวิตสัตว์ @ Animal Life 16. สวนสัตว์ @ ZOO คุณคิดว่าที่เที่ยวไหนในไทยมหัศจรรย์์ค่ะ ?
SIGN IN :) SIGN UP
NAME
PASSWORD
Forgot Password
SIGN UP



MALLIKA CITY,1905 A.D. [ THAI TRAVEL : KANCHANABURI ] : เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 [ ที่เที่ยว - จังหวัดกาญจนบุรี ]

หากเปรียบเทียบ จ.กาญจนบุรี เป็นหญิงสาวๆ หลายคนคงคุ้นชินกับสาวน้อยคนนี้ในฐานะผู้หญิงที่มีหลากหลายบุคลิกให้เลือกค้นหา ในมุมหนึ่งเธอดูเป็นผู้หญิงที่เรียบง่าย สวยงามแบบไม่ปรุงแต่งด้วยแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่อุดมส มบูรณ์ แต่อีกมุมเธอคือหญิงสาวที่ชวนค้นหา มีเรื่องราวมากมายให้รอเข้าไปสัมผัสผ่านแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวั ติศาสตร์มากมาย ไม่ว่าคุณจะหลงเสน่ห์ของกาญจนบุรีในมุมไหน รับรองว่าจากนี้ คุณจะหลงรักกาญจนบุรีมากขึ้น เมื่อหญิงสาวคนเดิมกำลังจะเผยมุมใหม่ให้ทำความรู้จักด้วยการเปิ ดตัวสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ อย่าง "เมืองมัลลิกา ร.ศ.124" แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในยุคอดีตที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งเดียวใ นไทย และแห่งเดียวของโลก เมืองมัลลิกา เป็นเมืองย้อนยุคของวิถีชีวิตชาวสยามบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัยพระบาทสมเด็จ- พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ วิถีชีวิตของชาวสยามในยุค ร.ศ.๑๒๔ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายหลายด้าน ที่เด่นชัดมากคือการประกาศเลิกทาส เมื่อทาสได้รับความเป็นไทพวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่อาศัยและทำมาห ากินด้วยตนเอง ไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติหรือการดูแลของบรรดาเจ้าขุนมูลนายอีกต่อ ไป พวกเขาต้องดำรงชีวิตให้อยู่รอด พึ่งตนเอง และอยู่ร่วมกับคนสยามทุกหมู่เหล่า การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเหล่านี้นับเป็นรากเหง้าสำคัญของคนไทยใ นยุคปัจจุบัน นายพลศักดิ์ ประกอบ ผู้ก่อตั้งเมือง มัลลิกา ร.ศ. 124 เมืองแห่งวัฒนธรรมและวิถีชนที่ฉีกกรอบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศ าสตร์แบบเดิมๆ ด้วยการพาทุกคนย้อนเวลานับร้อยปีไปสัมผัสรากเหง้าความเป็นไท ยอย่างแท้จริง ผ่านงานสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตของชาวสยามในอดีตอันแสนงด งามในช่วงปลายรัชสมัยของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ซึ่งมีการประกาศเลิกทาส เล่าถึงที่มาของความทุ่มเทแรงกายแรงใจในการเนรมิตโครงการมู ลค่ากว่า 200 ล้านบาทนี้จนสำเร็จว่า เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่อยากจะสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศา สตร์ที่เหมือนมีชีวิตจริงๆขึ้นมา เพื่อถ่ายทอดถึงวิถีชีวิต และ ภูมิปัญญาของชาวไทยสมัยโบราณ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่อยากท่องเที่ยวแบบถึงแก่น ไม่ต้องการมาชื่นชมเพียงเศษซากหรือร่องรอยทางวัฒนธรรมที่หล งเหลือจากอดีตถึงปัจจุบัน แต่ไม่รู้ซึ้งถึงเรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง รวมทั้งส่งต่อความทรงจำอันงดงามในอดีตที่เกือบจะเลือนหายสู่คน รุ่นหลัง เหตุผลที่เลือกหยิบเอายุคสมัย ร.ศ.124 ที่รัชกาล5 ทรงประกาศเลิกทาสได้สำเร็จ ขึ้นมาเป็นรูปแบบในการจัดสร้างเมืองนั้น พลศักดิ์ บอกว่า เพราะในร.ศ.124 เป็นยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายขึ้นในแผ่นดินสยามซึ่งล้วนแ ต่เป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อรูปแบบการดำรงชีวิตของคนในยุคนั้นอ ย่างมีนัย ตั้งแต่การประกาศเลิกทาส การแผ่ขยายอิทธิพลจากโลกตะวันตกเข้ามาในแผ่นดินสยาม และนำไปสู่การผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างรากเหง้าของวิถีชี วิตคนไทยดั้งเดิมกับวัฒนธรรมตะวันตก จนได้รับการนิยามว่าเป็น ยุคทองแห่งความศิวิไลซ์ เมืองมัลลิกา ในความหมายของ อาจารย์ สุลักษณ์ ศิวลักษณ์ เป็นเมืองที่มีความหมายมาจากแม่น้ำที่เป็นต้นน้ำอิระวดีในประเทศ พม่า ซึ่งเป็นแหล่งรวมอารยะธรรมโบราณในแถบภูมิภาคนี้ แต่ตามความหมายของพจนานุกรมไทยแปลว่า “ มะลิ “ ซึ่งการออกแบบทางสถาปัตยกรรมนั้น ผู้ออกแบบคือ อาจารย์ ชาตรี ปกิตนนทกานต์ ในขณะที่ออกแบบท่านดำรงตำแหน่ง คณะบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชา สถาปัตยกรรมไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร ท่านได้ผูกเรืองเพื่อการออกแบบโดยมีตัวละครหลักคือ แม่มะลิ หญิงสาวชาวบ้านอันงดงามอาศัยอยู่บ้าน “เรือนเดี่ยว” เป็นลูกสาวชาวนา ต่อมาได้แต่งงานกับข้าราชการหนุ่ม และเริ่มค้าขายโดยสร้าง “เรือนแพ” ไว้สำหรับค้าขาย โดยอาศัยที่มีสามีเป็นข้าราชการทำให้มีช่องทางในการค้าขายโด ยเฉพาะการค้าขายน้ำตาลโดยเริ่มมีชาวต่างชาติเข้ามาซื้อมากขึ้น และโดยที่แม่มะลิเอง มีความงดงามและเรียบร้อยตามแบบฉบับหญิงไทย ทำให้การค้าขายยิ่งเจริญงอกงามในขณะที่สามีซึ่งรับราชการก็มีบ รรดาศักดิ์สูงขึ้น ฐานะก็มั่นคงขึ้นจึงได้สร้าง “เรือนคหบดี” ขึ้นให้สมกับฐานะที่สูงขึ้น จากบรรดาศักดิ์ ที่สูงขึ้นประกอบการค้าที่เจริญรุ่งเรือง ทำให้มีการติดต่อกับต่างชาติมากขึ้น มีการไปมาหาสู่กับบรรดาข้าราชการผู้สูงศักดิ์มากขึ้นจึงได้สร้าง “เรือนหมู่” ขึ้นเพื่อไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอย่างสมศักดิ์ศรี จึงเกิดมีเรือนไทยตามแบบที่ถูกต้องตามหลักการสร้างเรือนประเภท ต่างๆ ในเมืองมัลลิกา สำหรับผู้มาเยือน เพียงก้าวผ่านประตูเมืองจำลองเข้ามา จะรู้สึกเหมือนราวกับได้เดินทางข้ามมิติมาสู่อีกช่วงเวลาหนึ่ง บนพื้นที่ 60 ไร่ภายในเมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ประกอบด้วยเรือนไทย 4 ประเภท แต่ละเรือนจะสะท้อนภาพสถานะของผู้อยู่อย่างชัดเจน เริ่มจาก เรือนเดี่ยว เป็นเรือนชาวบ้าน เป็นที่อยู่ของชนชั้นกรรมมาชีพ ชาวนา มีหน้าที่ผลิตปัจจัยพื้นฐานในการยังชีพ ด้วยการทำไร่ ทำนา ทำสวน ปลูกผัก ณ เรือนนี้ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อส่งต่อไปใช้ในเรือนครัว กระบวนการสีและตำข้าวแบบโบราณเพื่อให้ได้ข้าวสาร ถัดมาคือเรือนคหบดี ซึ่งเป็นที่อยู่ของชนชั้นปกครอง กิจกรรมบนเรือนแห่งนี้จะเน้นงานไปที่งานฝีมือ อย่างงานใบตอง งานดอกไม้ งานเครื่องแขวน งานแกะสลักผลไม้ ซึ่งเป็นผลงานศิลปะแสนประณีตที่หาชมได้ยาก อีกหนึ่งในความพิเศษของเรือนนี้คือ พื้นที่เรือนครัว ที่จะสะท้อนวิถีชีวิตการทำอาหารอย่างวิจิตรงดงามของคนสมัยก่อ น ช่วยคืนชีพหลากหลายภูมิปัญญาที่แทบจะสูญหายไปแล้ว เช่น การหุงข้าวเตากระทะ การประกอบอาหารคาวหวานตามแบบฉบับโบราณแท้ๆ โดยผลงานจากเรือนครัวทั้งหมดนี้ จะถูกส่งต่อไปใช้ประโยชน์จริง ไม่ว่าจะเป็น พวงมาลัยจะนำไปใช้สำหรับต้อนรับแขก เช่นเดียวกับอาหารคาว- หวานจะนำไปใช้เลี้ยงพนักงานทุกคนในเมืองจำลอง ในส่วนของเรือนหมู่ เป็นเรือนสำหรับรับแขกบ้านแขกเมือง ของคหบดี โดยปกติเรือนเหล่านี้มักมีคณะนาฏศิล ป์ของตัวเองสำหรับรับแขก ดังน