i - VOTE / คุณคิดว่าที่เที่ยวไหน มหัศจรรย์ ? มาโหวตกันค่ะ ANCIENT- TRAVEL # สถานที่เที่ยว เก่าโบราณ NEW AGE - TRAVEL # สถานที่เที่ยว ยุคใหม่ ทันสมัย NATURE - TRAVEL # สถานที่เที่ยว ธรรมชาติ 7 WONDERS THAILAND 2014 56 WONDERS TRAVEL VOTE 2008 - 2014

The Temple Tour : ไปเที่ยววัด
New Topic > ตั้งกระทู้ใหม่
ทำไมเลข 108 ถึง เป็นเลขมงคล ? ใครรู้ช่วยบอกด้วยค่ะ ...
(Reader : 3851)
ทำไมเลข 108 ถึง เป็นเลขมงคล ?

สงสัยจังเลยค่ะ .... ใครรู้ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยซีค่ะ






ตั้งกระทู้โดย > Posted by : Maruko วันที่ > Date : 8/5/2552 23:36:51

เพราะลวดลายที่ฝ่าเท้าของพระพุทธเจ้าจะมีลายมงคล 108 ชนิด อยู่นะค่ะ เพราะฉะนั้นเลขนี้จึงเป็นเลขมงคลค่ะ
ตั้งกระทู้โดย > Posted by :หมูหวาน
วันที่ > Date :26/10/2553 11:12:37

แล้วลายมงคล 108 ชนิด เป็นยังไงค่ะ แล้วมีเป็นลายอะไรบ้าง หาดูได้ที่ไหน
ตั้งกระทู้โดย > Posted by :สาว
วันที่ > Date :26/10/2553 11:57:46

ร้อยแปดมงคลบนพระพุทธบาท

ตามหลักพระพุทธศาสนา “มงคล” หมายถึง ธรรมที่นำมาซึ่งความสุข ความเจริญ มีทั้งสิ้น 38 ประการ หรือที่เรียกเต็มๆ ว่า อุดมมงคล หมายถึง มงคลอันสูงสุด 38 ประการ ดังปรากฏในมงคลสูตร ซึ่งเป็นพระสูตรที่กล่าวถึงเรื่องมงคล 38 ประการ


เหตุที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสถึงมงคลสูตร เนื่องจากก่อนหน้าที่พระพุทธเจ้าจะตรัสมงคลสูตรนี้ ในมนุษย์โลกได้เกิดปัญหาถกเถียงกันว่า อะไรเป็นมงคล บางคนว่ารูปที่เห็นดี เป็นมงคล บ้างว่า เสียงที่ได้ยินดีเป็นมงคล บ้างว่ากลิ่น รส สัมผัสที่ดี เป็นมงคล ต่างฝ่ายต่างยืนยันความเห็นของตนไม่ยอมกัน ปัญหานี้ แพร่ไปถึงเทวโลก และพรหมโลก จนเกิดความแตกแยกเป็น 3 ฝ่าย หาข้อยุติไม่ได้


มงคล 108 ในพระพุทธบาทลักษณะ
ตามหลักฐานในพระไตรปิฎก ความคิดเรื่อง “มงคล” ในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงเน้นที่ “มงคล 38 ประการ” ซึ่งเป็นข้อปฏิบัติตน โดยที่ไม่ได้ทรงตรัสถึงสิ่งที่เป็นมงคล หรือ สัญลักษณ์ที่เป็นมงคลแต่ประการใด แนวคิดเรื่องมงคล 108 ประการ จึงเป็นแนวคิดเกิดขึ้นภายหลัง ดังปรากฏสัญลักษณ์มงคลของอินเดีย ที่มีตั้งแต่โบราณ เช่น เครื่องหมายสวัสดิกะ มาเป็นสัญลักษณ์มงคลที่ปรากฏในรอยพระพุทธบาท ปรากฏหลักฐานทั้งในคัมภีร์เถรวาท และมหายาน และหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับ “รอยพระพุทธบาท” และ “มงคล 108 ในพระพุทธบาทลักษณะ”>>
> >
ในคัมภีร์มีหลักฐานปรากฏลักษณะมงคล>>
อนึ่ง ในคัมภีร์ มหาวัสตุ องทาน ฉบับภาษาสันสกฤต กล่าวว่า ในพระพุทธบาท จะปรากฏ จักร (ธรรมจักร) สวัสดิกะ นอกจากนี้ ยังมีภาพดอกบัวที่ฝ่าพระหัตถ์ และพระพุทธบาท>>
ในคัมภีร์ ลลิตวิสตระ ภาษาสันสกฤต กล่าวว่า ในพระพุทธบาทจะประกอบไปด้วย สวัสดิกะ นันทยาวรรต และสหัสรารจักร>>
ในคัมภีร์ ภัทรกัลปิกะ ภาษาทิเบต กล่าวว่า ในพระพุทธบาทจะมีภาพหม้อน้ำ สวัสดิกะ และนันทยาวรรต>>
ในคัมภีร์ ศรีศากยสิงหะ-โสตตระ ภาษาสันสกฤต กล่าวว่า ในพระพุทธบาท จะมีภาพจักร ที่ฝ่าพระหัตถ์จะมีรูปจามร และจักร>>
นอกจาก คัมภีร์พุทธศาสนา ที่เป็นภาษาสันสกฤตแล้ว ในคัมภีร์ฝ่ายบาลี ก็ปรากฏสัญลักษณ์มงคลในพระพุทธบาท ด้วย เช่น>>
ในคัมภีร์ พุทธวงศ์ ภาษาบาลี กล่าวว่า ในพระพุทธบาท จะมีรูปจักร ธช (ธง) วชิระ ปฏากา วัฑฒมาน และอังกุศ>>
ในคัมภีร์ อปทาน ภาษาบาลี กล่าวว่า ในพระพุทธบาท มีรูปจักร อังกุศ ธช ในนรสีหคาถา ภาษาบาลี กล่าวว่า ในพระพุทธบาท จะประกอบไปด้วย จักร จามร ฉัตร เป็นต้น


มงคล 108 ในพระพุทธบาท พบฉบับใบลาน
ในราวพุทธศตวรรษที่ 7-8 เริ่มมีรูปมงคลบนพระพุทธบาท เช่น รูปสวัสดิกะ รูปตรีรัตน รูปภัทรบิฐ และรูปดอกบัว ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 8-9 พระพุทธบาทในสมัยอมราวดี จึงเริ่มมีลายมงคล 8 ประการ คือ คันฉ่อง ขอช้าง ปลาคู่ ตรีรัตน หม้อน้ำ ศรีวัดสะ สวัสดิกะ และ วัฑฒมาน ต่อมาความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธบาทนี้ ได้มีการนำมาขยายความและเกิดคติความเชื่อ เรื่องมงคล 108 ประการ โดยเฉพาะที่ลังกาทวีป ราวพุทธศักราช 1700 พระพุทธรักขิตเถระ ได้รจนาฎีกาขยายความคัมภีร์ชินาลังกาขึ้น เรียกว่า “ชินาลังการฎีกา” คัมภีร์นี้เอง ที่ได้กล่าวถึงมงคล 108 ประการในรอยพระพุทธบาท ซึ่งเรียกว่า “อัฏฐุตตรสตมหามงคล” ไว้ด้วย>>
ในภายหลังได้มีผู้รจนาขยายความ “มงคล 108 ในพระพุทธบาท” ชื่อว่า “คัมภีร์พุทธบาทลักขณะ” แต่ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง และยุคสมัยแต่ง คัมภีร์พุทธบาทลักขณะที่พบในปัจจุบันเป็นฉบับใบลาน อักษรขอม-ภาษาบาลี จารขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2292 ตรงกับรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา>>



รอยมงคล 108 ในพระพุทธบาท

ตามหลักฐานทางโบราณคดีนั้น พระพุทธบาทเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยเฉพาะรอยมงคล 108 ในพระพุทธบาท ปรากฏสืบเนื่องมาทั้งในการสร้างรอยพระพุทธบาททั้งในลังกา พุกาม สุโขทัย อยุธยา กัมพูชา ในปัจจุบันที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์ ท่าเตียน) ปรากฏสัญลักษณ์มงคล 108 ที่ภาพสายประดับมุกที่ฝ่าพระบาทพระพุทธไสยาสน์ ผู้ที่ไปเที่ยวชมวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง มักจะลืมเลือนเว้นไปเยือนวัดโพธิ์ ซึ่งมีสัญลักษณ์อันเป็นมงคลดังกล่าวข้างต้นแล้ว ณ ปัจจุบันยังเป็นวัดมรดกโลกแห่งใหม่อีกด้วย นะเจ้าคะ

จากหนังสือรัตนมงคลคำฉันท์ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, กรมศิลปากร, 2547, หน้า 148


*********************************************************

ภาพมงคล ๑๐๘ ที่ปรากฎอยู่บนรอยพระพุทธบาทจำลองนั้น เป็นภาพอะไรบ้างมีความหมายอย่างไร ดูเหมือนจะมีคนอธิบายไว้น้อยมาก ผมได้หาข้อมูลทั้งจากเว็บไซท์ และหนังสือ นั้นก็เห็นว่ามีใจความหลักๆ คล้ายๆกัน เพียงแต่การเรียงลำดับอาจคลาดเคลื่อนกันไปบ้าง ตามแต่ว่าจะนำภาพ รอยพระพุทธบาทของวัดใดมาเป็นต้นแบบ ซึ่งสำหรับผมคงไม่สำคัญในการจัดวางขนาดนั้น เพราะหากเราไปพบรอยพระพุทธบาทที่จัดวางต่างไป ก็อาจทำให้สับสนกันเปล่าๆ ผมจึงขอคัดลอกมาเฉพาะเนื้อหาที่ว่ามีภาพมงคลใดบ้าง ในรอยพระพุทะบาทจำลอง

ภาพสวรรค์และรูปพรหม มีประมาณ ๒๔ ภาพ (สวรรค์ ๖ ชั้น รูปพรหม ๑๖ ชั้น)

๑. รูปพรหมชั้นสูงสุด คือ อกนิฏฐาพรหม ชั้นที่ ๑๖
๒. รูปพรหมชั้นที่ ๑๕ คือ สุทัสสีพรหม
๓. รูปพรหมชั้น ๑๔ คือ สุทัสสาพรหม
๔. รูปพรหมชั้น ๑๓ คือ อตัปปาพรหม
๕. รูปพรหมชั้น ๑๒ คือ อวิหาพรหม
๖. รูปพรหมชั้น ๑๑ คือ เวหัปผลาพรหม
๗. รูปพรหมชั้น ๑๐ คือ อสัญญีสัตตพรหม (หรือ พรหมลูกฟัก)
๘. รูปพรหมชั้น ๙ คือ สุภกิณหาพรหม
๙. รูปพรหมชั้น ๘ คือ อัปปมาณสุภาพรหม
๑๐. รูปพรหมชั้น ๗ คือ ปริตตสุภาพรหม
๑๑. รูปพรหมชั้น ๖ คือ อาภัสสราพรหม
๑๒. รูปพรหมชั้น ๕ คือ อัปปมาณาภาพรหม
๑๓. รูปพรหมชั้น ๔ คือ ปริตตาภาพรหม
๑๔. รูปพรหมชั้น ๓ คือ มหาพรหมาพรหม
๑๕. รูปพรหมชั้น ๒ คือ พรหมปุโรหิตาพรหม
๑๖. รูปพรหมชั้น ๑ คือ พรหมปาริสัชชาพรหม
๑๗. เป็นชั้นเทวโลกแดนกามาวจรภูมิ เป็นแดนของเทพเทวดาสวรรค์ชั้นที่ ๖ เป็นสวรรค์ชั้นสูงสุด คือ ปรนิมมิตวสวัตตี
๑๘. สวรรค์ชั้นที่ ๕ คือ สวรรค์ชั้นนิมมานรดี
๑๙. สวรรค์ชั้นที่ ๔ คือ สวรรค์ชั้นดุสิตตา
๒๐. สวรรค์ชั้นที่ ๓ คือ สวรรค์ชั้นยามา
๒๑. สวรรค์ชั้นที่ ๒ คือ สวรรค์ชั้นดาวดึงสา
๒๒.สวรรค์ชั้นที่ ๑ คือ สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา
๒๓.สัญลักษณ์ของสวรรค์ดาวดึงส์นั้นตั้งอยู่บนยอดประธาน
๒๔.มีสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาอยู่บนยอดรองทั้ง ๔ ยอด ของเขาพระสุเมรุ อันเป็นแกนของจักรวาล


*********************************************************


๑. ภาพพระแสงหอก (สันติ) เปรียบ เสมือนพระอรหัตมรรคญาณและพระอรหัตผลญาณที่สามารถกำจัดหมู่มาร คือ กิเลสทั้งปวงได้ เรียกว่า ธรรมรัตนะหรือรัตนมงคล

๒. แว่นส่องพระพักตร์ (สิริวัจโฉ) มีความหมายว่า รัตนอุสภราช ซึ่งเป็นสิริมงคลทำให้เจริญได้โดยลำดับ เกิดขึ้นที่ฝ่าพระบาททั้งสอง ของพระพุทธเจ้า

๓. ดอกพุดช้อน (นันทิยาวัตตัง) ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเปรียบเสมือนพญาราชสีห์ บันลือสีหนาทยิ่งใหญ่ สีหราชนั้นทำพุทธสิริมงคลให้เจริญ

๔. สายสร้อย (โสวัตถิกัง) ท่าน อธิบายว่า เป็นรัตนะชื่อว่า รัตนโสตถิมงคล กล่าวคือ ผ้ารัตนบังสุกุลสามารถกำจัดเครื่องเศร้าหมองทั้งปวง รัตนโสตถิ มงคลเป็นใยแก้ว สามารถจะให้สำเร็จการชวนดูชวนเห็นแก่เทวดาและมนุษย์ได้ตามสมควร

๕. ต่างหู (วัฎฎังสกัง) ได้แก่ การแทงตลอดมรรคผลด้วยวชิรญาณดุจการคล้องพวงดอกไม้แก้วให้เป็นสิริมงคลที่บ่า และศีรษะอันทำให้พระพุทธสิริคลเจริญ

๖. ถ้วยภาชนะ (วัทธมานัง) ได้แก่ ภาชนะทอง ชื่อว่าของที่รองรับน้ำนม เป็นสิ่งที่ทำให้พระพุทธมงคลเจริญได้ เกิดขึ้นที่ฝ่าพระบาททั้งสอง ของพระพุทธเจ้า

๗. ปราสาท (ปาสาโท) ชื่อว่า ปราสาทแก้วเป็นพระมหานิพพานนคร คือ รัตนปราสาท อันทำให้พุทธสิริมงคลเจริญ

๘. ขอช้าง (อังสุโส) ได้ชื่อ เป็นขอแก้วเป็นอรหัตมรรคญาณและอรหัตผลญาณ ทำให้พุทธสิริมงคลเจริญ

๙. ซุ้มประตู (โตรณัง) ได้แก่ ประตูแก้วทั้ง ๒ คือ อรหัตมรรค และอรหัตผล เพื่อปิดประตูเมืองป้องกันกิเลส

๑๐. เศวตฉัตร (เสตัจฉัตตัง) เป็น เศวตฉัตรแก้ว อันทำให้พระพุทธสิริมงคลเจริญ

๑๑. พระขรรค์แก้ว (รัตนขัคคัง) คือ พระขรรค์แก้ว สามารถกำจัดกิเลสความเศร้าหมอง เป็นพุทธสิริมงคลที่เจริญ

๑๒. กำหางนกยูง (โมรหัตถัง) ได้แก่ พัดกำหางนกยูง ที่ตกแต่งสวยงาม ทำให้พระพุทธสิริมงคลเจริญ

๑๓. พระแท่นที่ประทับ (ภัททปิฎฐัง) ได้แก่ พระแท่นบัณธุกัมพลรัตนศิลาอาสน์ โคนต้นไม้ปาริฉัตตกะ (ไม้ทองหลาง ทองกวาว) ในภาพดาวดึงส์ เป็นสิริมงคลเจริญ

๑๔. พระมงกุฎ (อุณหิสัง) ได้แก่ มงกุฎแก้ว เป็นสิ่งทำให้สิริมงคลเจริญในโลกทั้งสาม

๑๕. เถาวัลย์แก้ว (รัตนวัลลี) เป็น พวงมาลัยแก้ว ให้เถาวัลย์ทองร้อยอย่างดีสวยงามมาก เป็นสิ่งที่ทำให้พุทธสิริมงคลเจริญ

๑๖. พัดแก้ววาลวิชชนี (มณิกาลวิชชนี) เป็น พัดขนทรายที่ทำด้วยจามรี เป็นของงดงามด้วยรัตนะทั้งปวง ทำให้พระพุทธสิริมงคลเจริญยิ่ง

๑๗. พวงดอกมะลิ (สุมนทามัง) พวง ดวกมะลิแก้ว ใช้ด้ายทองคำผูกห้อยร้อยรัดอย่างดี เป็นเหมือนพระพุทธผู้ประเสริฐ ทำให้พุทธสิริมงคลเจริญ

๑๘. ดอกบัวแดง (รัตตุปปะลัง) ได้แก่ ดอกอุบลแก้วสีแดง ทำให้พุทธสิริมงคลเจริญ อันเกิดขึ้นที่ฝ่าพระบาททั้งสองของพระพุทธเจ้า

๑๙. ดอกบัวขาบ (นีลุปปะลัง) ได้แก่ ดอกอุบลแก้วสีเขียว ทำให้พุทธสิริมงคลเจริญ

๒๐. ดอกบัวขาว (เสตุปปะลัง) เป็นดอกบัวแก้วสีขาว เหมือนแก้วมณีและแก้วมุกดา ทำให้พุทธสิริมงคลเจริญ

๒๑. ดอกบัวหลวงชมพู (ปทุมัง) เป็น ดอกบัวหรือปทุมแก้ว สีเหมือนแก้วมณี ทำให้สิริมงคลเจริญ

๒๒. ดอกบัวหลวงขาว (ปุณฑริกัง) เป็น ดอกปทุมแก้วสีขาวเหมือนแก้วมุกดา ชื่อว่า บุณฑริกา ทำให้พุทธสิริมงคลเจริญ

๒๓. กระออมมีน้ำเต็ม (ปุณณมโฎ) หมาย ความถึง ภาชนะสำหรับรองรับน้ำนม ภาชนะแก้วมณีทำให้พุทธสิริมงคลเจริญ

๒๔. ถาดมีน้ำเต็ม (ปุณณจาฏิ) เป็น ภาชนะถาดทองคำ สำหรับใส่เครื่องบูชาของเทวดา และมนุษย์ ย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน

๒๕. มหาสมุทรทั้ง ๔ (จตุสมุทโท) มี ความหมายว่า ศีล ๔ อย่างเป็นสัจธรรม ๔ ประการ ให้สัตว์ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน (อาจสร้างภาพ ๑ ถึง ๔ ภาพ)

๒๖. จักรวาล (จักกวาโฬ) หมาย ความว่า พระผู้มีคพระภาคเจ้าทรงมีพุทธญาณอันวิเศษ ทรงรู้นิสัยแห่งพระองค์ ชื่อว่าเป็นสัพพัญญุตญาณ

๒๗. ป่าหิมพานต์ (หิมวา) ชื่อว่าเป็นพระรูปกายของพระพุทธเจ้าที่มีพระฉวีวรรณดุจทอง สวยงามรุ่งเรืองเกินกว่ามนุษย์เทวดา

๒๘. ภูเขาสุเนรุ (สุเนรุ) ชื่อว่าเป็นพระรูปกายของพระพุทธเจ้าที่มิหวั่นไหวด้วยโลกธรรม ๘ ประการ ดังเช่นภูเขาสุเนรุ

๒๙. ดวงอาทิตย์ (สุริโย) คำ นี้เป็นพระนามของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง ทรงกำจัดความมืดมิด คือ กิเลสทั้งปวง

๓๐. ดวงจันทร์ (จันทิมา) เป็น ชื่อว่า พระหฤทัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าเย็นฉ่ำยิ่งนักเปรียบดังน้ำในมหาสมุทร ทรงมีเมตตาธรรมและเย็นเยือกดุจพระจันทร์

๓๑. ดวงดาว (นักขัตตา) เป็นชื่อว่า พระหฤทัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าที่เย็นฉ่ำ และรุ่งเรืองส่องสว่างกระจ่างแจ้ง เหมือนดวงดาวนักขัตฤกษ์

๓๒. ทวีปใหญ่ทั้ง ๔ ประการ (จัต ตาโรมหาทีป ๔) ความว่า ทวีปใหญ่ทั้ง ๔ เปรียบเสมือนสัจธรรม ๔ ประการ เป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งปวงดั่งองค์พระผู้มีพระภาคเจ้า (อาจสร้างภาพ ๑ ถึง ๔ ภาพ)

๓๓. ทวีปน้อย ๒,๐๐๐ ซึ่งเป็นบริวาร (ทวิ สหัสสปริตตทีปปริวารา) มีความหมายถึงทวีปน้อยทั้ง ๒,๐๐๐ ที่เป็นบริวารของทวีปใหญ่ทั้ง ๔ เหมือนเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งปวง

๓๔. พระเจ้าจักรพรรดิพร้อมด้วยข้าราชบริพาร (สปริวาโร จักกวัตติราชา) เปรียบเหมือนพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเป็นใหญ่ในโลกทั้ง ๓ ฉันใด พระเจ้าจักรพรรดิก็ทรงมีบริวารของพระองค์ฉันนั้น

๓๕. สังข์ขาวทักษิณาวรรต (ทักขิณาวัฏฏเสตสังโข) พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงกุศลธรรมอัน บริสุทธิ์แก่ชาวโลกทั้ง ๓ เพื่อให้เว้นจากธรรมที่ไม่บริสุทธิ์ คือ อกุศกรรมบถ ๑๐ ประการ ทรงเป็นผู้รุ่งโรจน์โชติช่วงด้วยพระสุรเสียงกึกก้องของพระองค์ เหมือนเสียงสังข์เสียงจักร เรียกว่า สังข์ขาวทักษิณาวัฎ

๓๖. ปลาทองคู่ (สวัณณมัจฉกยุคคะลัง) ความ หมายว่า เป็นพระอัครสาวกทั้งสองประดับเบื้องซ้าย เบื้องขวา ที่สมบูรณ์ด้วยปัญญาและฤทธิ์คือ พระสารีบุตรเถระ และพระมหาโมคคัลลานเถระ

๓๗. กงจักรคู่ (ยุคคละจักกัง) เป็น จักรแก้วชื่อว่า พุทธรัตนจักร คือ พุทธรัตนจักร สังฆรัตนจักร

๓๘. แม่น้ำใหญ่ ๗ สาย (สัตตมหาคังคา) เป็นมหาคงคาทั้ง ๗ หมายถึง สัมโพชฌงค์ทั้ง ๗ ประการ ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้แล้ว ดุจมหาคงคาที่ไหลมาไม่ขาดสาย (อาจสร้างภาพ ๑ ถึง ๗ ภาพ)

๓๙. สระใหญ่ ๗ สระ (สัตตมหาสรา) อัน เปรียบเสมือนอริยทรัพย์ ๗ ประการ ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้แล้วแก่สัตว์ทั้งปวง (อาจสร้างภาพ ๑ ถึง ๗ ภาพ)

๔๐. ภูเขาใหญ่ ๗ เทือก (สัตตมหาเสลา) หมาย ถึง วิญญาณฐิติ ๗ ประการ ที่พระพุทธองค์ทรงดำรงอยู่ในญาณวิสัยของพระองค์

(หมายเหตุ แม่น้ำใหญ่ ๗ สาย หรือ มหาคงคา ๗ ได้แก่ ชาติคงคา ยมุนาคงคา สรภูคงคา สุรัสดีคงคา อจิรดีคงคา มหิคงคา และมหานทีคงคา (อาจสร้างภาพ ๑ ถึง ๗ ภาพ)

ส่วนโพชฌงค์ ๗ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ วิริยสัมโพชฌงค์ ปิติสังโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสังโพชฌงค์ อุเบกขาสัมโพชฌงค์

สระใหญ่ ๗ สระ คือ สระอโนดาต สระกมัณฑมุณฑะ สระรถกาละ สระกุณาละ สระฉัททันต์ สระมัณฑากินี และสระสีหปปาตะ

อริยทรัพย์ ๗ ประการ คือ ทรัพย์ คือศรัทธา ทรัพย์คือศีล ทรัพย์คือสุตะ ทรัพย์คือจาคะ ทรัพย์คือปัญญา ทรัพย์คือหิริ และทรัพย์คือโอตตัปปะ

ภูเขาใหญ่ ๗ เทือก มี ภูเขาคันธร ภูเขาอิสินธร ภูเขากรวิก ภูเขาสุทัสสนะ ภูเขาเนมินธร ภูเขาวินตกะ และภูเขาอัสสกัณณะ

วิญญาณฐิติ ๗ ประการ คือ อาวัชชนวิญญาณ ฉันนวิญญาณ ทัสสนวิญญาณ สัมปฏิจฉันวิญญาณ โผฏฐัพพนวิญญาณ ชวนะวิญญาณ และอาลัมพนวิญญาณ เรียกว่า วิญญาณฐิติ ๗ อย่าง

๔๑. พญาครุฑ (สุปัณณราชา) เป็น ความหมายที่ว่า พระพุทธเจ้าทรงใช้พระวชิรญาณกำจัดกิเลส ๑,๕๐๐ เหมือนพญาครุฑกำจัดพญานาค ซึ่งเป็นคู่อริกัน

๔๒. พญาจระเข้ (สุงสุมารราชา) ใน ความหมายว่า พระพุทธเจ้าทรงดำรงอยู่ในพระสัพพัญญุตญาณ อันเป็นพระรูปกายของพระองค์เพื่อจะรักษาพระองค์และรักษาชาวโลกทั้ง ๓ ไว้มิให้ไปตกอบายภูมิทั้ง ๔ เหมือนพญาจระเข้ รักษาตนและหมู่ญาติของตนในเภสกลาวัน หรือสระบัวนั่นเอง

๔๓. ธงชัยธงแผ่นผ้า (ธชะปฏาณ) คือ ธงชัยแผ่นผ้าทอง ประดับด้วยธรรม คือ อรหัตมรรคญาณ และอรหัตผลญาณ ประดับด้วยเครื่องบูชาพระพุทธเจ้า

๔๔. พระเก้าอี้แก้ว (รัตนปาฏังกิ) เป็น ความหมายถึงพระที่นั่งรัตนบัลลังก์ของพระพุทธเจ้า ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ที่ทรงตรัสรู้พระสัพพัญญุตญาณ

๔๕. พัดโบกทอง (สุวัณณจามโร) สุวรรณ จามรเป็นพัดโบกทองคำ ประดับด้วยแก้ว ๗ ประการ สุวรรณจามรมี ๒ ชนิด คือ ทำด้วยขนหางจามรีกับทำด้วยผ้าและใบไม้ เป็นต้น

๔๖. ภูเขาไกรลาส (เกลาสปัพพโต) เปรียบ เป็นภูเขาทองที่งดงามยอดยิ่งกว่าภูเขาใดๆ ดังพระพุทธเจ้าที่ทรงสมบูรณ์งดงามยิ่งนัก

๔๗. พญาราชสีห์ (สีหราชา) พระ พุทธองค์เปรียบดังพญาราชสีห์ ทรงประกอบด้วย พระเวสารัชชญาณ ๔ ประการ เสด็จเข้าไปกลางบริษัททั้ง ๔ เพื่อทรงแสดงสัจธรรม ๔ ด้วยพระพุทธลีลาอันงดงามยิ่ง เสมือนพญาราชสีห์ที่ประกอบด้วยบันลือสีหนาทของตน

ในบทสวดที่ว่า นโมตัสสะ เป็นเวสารัชชญาณ ภควโต เป็นเวสารัชชญาณ อรหโต เป็นเวสารัชชญาณ สัมมาสัมพุทธัสสะ เป็นเวสารัชชญาณ ดังนั้น คำว่า นโมพุทธธัสสะ นโมธรรมมัสสะ นโมสังฆฆัสสะ มีประโยชน์เพื่อกำจัดอันตรายทุกอย่าง

และบทสวดที่ว่า “หูลู หูลู หูลู สวาหายยะ” นั้น จึงมีความหมายว่าอันตรายทุกอย่าง เช่น ความมีโรคมาก มีทุกข์มาก มีความโศกเศร้ามาก มีศัตรูมาก มีความขัดข้องมาก มีภัยมาก เมื่อกล่าวขึ้นอันตรายทุกอย่างเหล่านี้ย่อมพินาศไปสิ้น ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธองค์ ดังเสียงบันลือสีหนาทนั่นเอง

๔๘. พญาเสือโคร่ง (พยัคฆราชา) พระ ผู้มีพระภาคเจ้าเปรียบเหมือนพยัคฆราชทรงประดับด้วยพระสัพพัญญุตญาณ พระองค์ทรงตรัสรู้พระญาณที่ ๑ คือ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ (ระลึกชาติได้) ในปฐมยาม
ทรงตรัสรู้พระญาณที่ ๒ คือ ทิพพจักขุญาณ (ตาทิพย์) ในมัชฌิมยาม
ทรงตรัสรู้พระญาณที่ ๓ คือ อาสวักขยญาณ (ทำให้กิเลสหมดไป) ในปัจฉิมยาม
ญาณทั้ง ๓ อย่างนี้ จึงเป็นพระสัพพัญญุตญาณ

๔๙. พญาเสือเหลือง (ทีปิราชา) พระ พุทธเจ้าไม่ทรงยินดีในกามคุณทั้ง ๕ อันเป็นวิสัยในโลกทั้ง ๓ คือ พระองค์ไม่ทรงยินดีอะไรที่เกิดขึ้นในโลกทั้ง ๓ นี้ แต่พระองค์ทรงยินดีในนวโลกุตรญาณธรรม คือ พระสัพพัญญุตญาณ เพื่อประโยชน์ด้วยมรรคผลนิพพาน จึงได้รับพระนามว่า ทีปิราชา หรือพญาเสือเหลือง

๕๐. พญาม้าพลาหก (พลาหโกอัสสราชา) ม้า พลาหกประกอบด้วยการก้าวเดินที่สง่า สวยงามกว่าสัตว์ชนิดใด พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงประกอบไปด้วยพละกำลังมาก ทรงกำลังกายถึง ๑๐ ประการ สวยงามกว่าสัตว์ใดๆ ทั้งหมด จึงได้รับการถวายพระนามว่า พลาโหอัสสราชา คือ ม้าพลาหกนั่นเอง

๕๑. พญาช้างอุโบสถ (อุโปสโต วารณราชา) พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงยินดีในอารมณ์วิสัยกามคุณ ๕ อะไรๆ ตลอดกาล แต่จะทรงยินดีอารมณ์พระนิพพาน อันเป็นนวโลกุตรญาณธรรม จึงได้รับการถวายนามเป็นช้างอุโบสถ หรืออุโบสโถวารณราชา

๕๒. พญาช้างฉัททันต์ (ฉัททันโตวารณราชา) พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมีพระรัศมีมีพรรณ ๖ ประการ ประดับอยู่ทั่วพระวรกายของพระองค์

๕๓. พญานาควาสุกรี (วาสุกีอุรคราชา) พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประดับด้วยพระสัพพัญญุตญาณ พญากาลนาคราชได้ถวายอาสนะบัลลังก์แก้วของตนแด่พระองค์ ครั้งนั้นพระองค์ประทับนั่งเสวยวิมุติสุขเหนือบัลลังก์นั้น เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแด่พญากาลนาคราช
วาสุกีอุรคราชา มี ๒ อย่าง คือ โลกิยราชา กับโลกุตรราชา

๕๔. พญาหงส์ (หังสราชา) มีความหมายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ไม่ทรงยินดีโลกิยสาระ คือ เงินทองมีแก้ว ๗ ประการ เป็นต้น แต่พระองค์ทรงยินดีในโลกุตรธรรม คือ มรรคผลนิพพานจึงได้รับการถวายพระนามว่า หังสราชา

๕๕. พญาไก่เถื่อน พญาโคอุสภราช (พลกุกกุฏอุสภราชา) มี ความว่าเมื่อครั้งก่อนพระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยพระชาติเป็นโคอุสภราช มีนามว่า สุมังคละ ไม่ทรงสนพระทัยศัตรูที่จะทำให้พระองค์หวั่นไหวกลางคัน คือ ทรงละศัตรูที่จะทำการประทุษร้ายพระองค์เสียแล้ว
ทรงสนพระทัยจะแสดงธรรมโปรดสัตว์ทั้งหลายเท่านั้น เพราะเหตุนี้พระองค์จึงได้รับการถวายพระนามว่า พลกุกกุฏอุสภราชา

๕๖. พญาช้างเอราวัณ (เอราวัณโณนาคราชา) มีความว่า พระพุทธองค์ทรงตั้งอยู่ในอริยธรรม ทรงยินดีในศีลสาระ ดุจพญาช้างที่ตั้งอยู่ในอริยมรรค พระองค์จึงได้รับการถวายพระนามว่า เอราวัณโณนาคราชา คำว่า เอ เป็นการแสวงหา รา เป็นความยินดี เอรา จึงเป็นการค้นหาสาระในอริยธรรมอันยิ่งใหญ่ตลอดกาลเป็นเนืองนิตย์

๕๗. มังกรทอง (สุวัณโณมังกโร) เปรียบดังพระพุทธองค์ทรง มีความประพฤติที่กล้าแข็ง ในอรหัตมรรคญาณ และอรหัตผลญาณ คือ วชิรญาณ สามารถตัดกิเลสทั้งปวงได้ ประดุจเลื่อยเพชร จึงได้รับการถวายพระนามว่า สุวัณโณมังกโร

๕๘. แมลงภู่ทอง (สุวัณโณภมโร) พระพุทธองค์เปรียบดั่งผึ้ง เคล้าคลึงละอองเกสรใหม่จากดอกไม้ทั้งหลาย โดยไม่ทำลายต้นให้เสียหาย ประดุจที่ทรงคบหาบริษัท ๔ ทรงกำจัดมานะในใจของบริษัทเหล่านั้นให้ขาดได้ จึงได้รับการถวายพระนามว่า สุวัณโณ ภมโร

๕๙. ท้าวมหาพรหมสี่พักตร์ (จตุมุโขมหาพรหมา) พระ พุทธองค์ทรงประกอบไปด้วยพรหมวิหาร ๔ มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ทรงแสดงพรหมวิหารให้สัตว์ทั้งหลาย จึงได้รับการถวายพระนามว่า จตุมุโข มหาพรมหา

๖๐. เรือทอง (สวัณณนาวา) มีความหมายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเปรียบดังเรือทองที่ทรงช่วงสัตว์ทั้งหลายให้ข้ามมหาสมุทร อันลึกล้ำ คือ สงสาร ให้ไปถึงฝั่งคือ นิพพาน เรือทองจึงเป็นอรหัตมรรคญาณและอรหัตผลญาณ ฉะนี้

๖๑. บัลลังก์แก้ว ( รันตปัลลังโก) เป็นบัลลังก์แก้ว คือ รัตนบัลลังก์ที่โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่พระพุทธเจ้าทรงกำจัดหมู่มารได้ด้วยอานุภาพบารมี ๑๐ ของพระงองค์

๖๒. พัดใบตาล (ตาลปัณณัง) ท่านหมายว่า ใบตาลแก้ว คือพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงเมตตาธรรมอันเยือกเย็นไว้ในหัวใจของชาวโลกทั้ง ๓ โลก ด้วยพระมหากรุณาของพระองค์

๖๓. เต่าทอง (สุวัณโณกัจฉโป) มีความหมายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตัดกิเลสด้วยวชิรญาณ เพราะเหตุนี้พระองค์จึงได้รับการถวายพระนามว่า สุวัณโณกัจฉโป

๖๔. แม่โคลูกอ่อน (สุวัจฉกา คาวี) หมายถึง พระพุทธองค์ทรงแสดงโลกุตตรธรรม ๙ มีชื่อว่า อมตมหานิพพาน แก่ชาวโลกทั้ง ๓ ด้วยพระมหากรุณาของพระองค์ ดุจแม่โคที่มีใจเมตตารักลูกของตน

๖๕. กินนร (กินนโร) มีความหมายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณาของพระองค์ ไม่ทรงเบียดเบียนสัตว์ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงได้รับการถวายพระนามว่า กินนโร

๖๖. กินนรี (กินนรี) พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงประกอบ ด้วยพระมหากรุณาไม่เบียดเบียนสัตว์อื่นๆ ทั้งหมด จึงได้รับการถวายพระนามว่า กินนรี

๖๗. นกการเวก (กรวิโก) พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม คือ มรรคผลนิพพาน คือ โลกุตตรธรรม ๙ แก่สัตว์ทั้งหลาย ด้วยพระสุรเสียงที่ไพเราะยิ่งนัก ดังนี้ พระองค์จึงได้รับการถวายพระนามว่า กรวิโก หรือ การะเวก

๖๘. พญานกยูง (มยุรราชา) มีความหมายถึง พระพุทธเจ้าทรงประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ และอนุพยัญชนะ ๘๐ ประการ ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงได้รับการถวายพระนามว่า มยุรราชา

๖๙. พญานกกระเรียน (โกญจราชา) หมายถึง การที่พระพุทธองค์ไม่ทรงเยียบถูกพื้นดิน เมื่อคราวเสด็จไปไกลๆ ทรงเหาะไปทางอากาศด้วยฤทธิ์ ดังนั้น จึงได้รับการถวายพระนามว่า โกญจราชา หรือ พญานกกระเรียน

๗๐. พญานกจากพราก (จากวากราชา) ด้วยที่พระพุทธเจ้าทรงบันลือสีหนาทใหญ่ที่ประกอบด้วยการแสดงธรรม คือ ทศพลญาณแก่ชาวโลกทั้ง ๓ เพื่อให้บรรลุมรรคผลนิพพาน พระองค์จึงได้รับการถวายพระนามว่า จากวากราชา คือ พญานกจากพราก

๗๑. พญานกพริก (ชีวัญชีวกราชา) หมายความถึง การที่พระพุทธเจ้าทรงปลดเปลื้องสัตว์ให้พ้นไปจากมิจฉาชีพ ให้เลี้ยงตนด้วยสัมมาชีพ พระองค์จึงได้รับการถวายพระนามว่า ชีวัญชีวกราชา คือ พญานกพริก นั่นเอง

มิจฉาชีวัง หมายความว่า สัตว์ทั้งหมดในโลกนี้ที่จะต้องไปอบายนรก ย่อมกระทำเวรกรรม ๕ ประการ คือ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ ดื่มสุราเมรัย เวรกรรมทั้ง ๕ ประการ ที่สัตว์ทั้งหลายกระทำในโลกนี้ เรียกว่า มิจฉาชีพ

สำหรับสัมมาชีวัง หมายถึง สัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ที่จะได้ไปสวรรค์ คือ ย่อมไม่ทำเวรกรรม ๕ ประการ คือ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดเท็จ ไม่ดื่มสุราเมรัย เวรกรรมทั้ง ๕ ประการนี้ ถ้าสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ไม่กระทำ เรียกว่า สัมมาชีพ

หากนำจำนวน ๒๔ มาบวกกับ ๗๑ จะได้เพียง ๙๕ ภาพ ยังขาดไป ๑๓ ภาพ จึงจะครบ ๑๐๘ แต่ความจริงแล้วหากนับรวมภาพทวีป มหาสมุทร สระใหญ่ ภูเขาใหญ่ ก็จะได้ครบ ๑๐๘ ภาพแล้ว


ที่มา http://board.palungjit.com/f10/%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B0-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5-108-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-173852.html
ตั้งกระทู้โดย > Posted by :tot
วันที่ > Date :9/11/2553 12:43:34
เ้รื่องเลข ๑๐๘ เป็นมงคลนั้น เข้าใจว่าจะเป็นผลจากการเอาเวทนา ๑๐๘ ประเภทมาใช้ในทางมงคลเท่านั้น เวทนา ๑๐๘ ปรากฎอยู่ในหลายที่ของพระไตรปิฎก เช่น
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕
มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
พหุเวทนิยสูตร
เรื่องช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ
[๙๙] ท่านพระอานนท์ได้สดับถ้อยคำเจรจาของท่านพระอุทายีกับนายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ
จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.
ท่านพระอานนท์นั่งแล้ว ณ ส่วนที่สุดข้างหนึ่งแล ได้กราบทูลถ้อยคำเจรจาของท่านพระอุทายีกับ
นายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะทั้งหมดแด่พระผู้มีพระภาค. เมื่อท่านพระอานนท์กราบทูลอย่างนี้แล้ว
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรอานนท์ นายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะไม่ยอมตามบรรยายอันมีอยู่ของ
พระอุทายี และพระอุทายีก็ไม่ยอมตามบรรยายอันมีอยู่ของนายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ ดูกรอานนท์
แม้เวทนา ๒ เราได้กล่าวโดยปริยาย ถึงเวทนา ๓ เวทนา ๔ เวทนา ๕ เวทนา ๖ เวทนา ๑๘
เวทนา ๓๖ เวทนา ๑๐๘ เราก็กล่าวแล้วโดยปริยาย ดูกรอานนท์ ธรรมอันเราแสดงแล้วโดย
ปริยายอย่างนี้แล ผู้ใดไม่รู้ตามด้วยดี ไม่สำคัญตามด้วยดี ไม่ยินดีตามด้วยดี ซึ่งคำที่กล่าวดี พูดดี
ของกันและกัน ในธรรมที่เราแสดงโดยปริยายอย่างนี้แล้ว ผู้นั้นจะได้ผลอันนี้ คือ จักบาดหมาง
ทะเลาะวิวาททิ่มแทงกันแลกันด้วยหอกคือปากอยู่ ดูกรอานนท์ ธรรมอันเราแสดงแล้วโดยปริยาย
อย่างนี้ ผู้ใดรู้ตามด้วยดี สำคัญตามด้วยดี ยินดีตามด้วยดี ซึ่งคำที่กล่าวดี พูดดี ของกันและกัน ใน
ธรรมที่แสดงโดยปริยายอย่างนี้แล้ว ผู้นั้นจะได้ผลอันนี้ คือ จักพร้อมเพรียง บันเทิง ไม่วิวาทกัน
เป็นเหมือนน้ำนมระคนกับน้ำ แลดูกันด้วยสายตาเป็นที่รักอยู่.
ตั้งกระทู้โดย > Posted by :สมชาย เม่นแย้ม
วันที่ > Date :3/2/2556 18:54:47
ความคิดเห็น > Your Idea
ข้อความ > Message
รูปภาพ > Picture
ชื่อ > Name
อีเมลล์ > Email
ให้ใส่เป็นตัวเลขอารบิก
                    
SIGN IN :) SIGN UP
NAME
PASSWORD
Forgot Password
SIGN UP
กระทู้เด่น ๆ  ประเด็นร้อน ๆ  จร้า  *o*   HOT TOPICกระทู้เด่น ๆ ประเด็นร้อน ๆ จร้า *o* HOT TOPIC
จริงหรือไม่ที่ ... โลกจะแตก ?????
วิธีไหว้พระตรีมูรติ ขอพรความรัก
ดูเพิ่มเติม @ More
15 ผลไม้มงคล - ควรนำไปบูชา / ผลไม้ - ห้ามใช้บูชา
บอร์ดพูดคุย - เล่าสูกันฟัง  >   Post Boardบอร์ดพูดคุย - เล่าสูกันฟัง > Post Board
All Post Board @ หน้ารวม
Travel  >  ไปเที่ยวTravel > ไปเที่ยว
Ancient > โบราณสถาน และ วัตถุ
New Age > ที่เที่ยวใหม่ ๆ เทคโนโลยี ทันสมัย
Sea > ทะเล
Mountain Forest > ภูเขา, ป่า
Waterfall > น้ำตก
Market > ไปตลาด ซื้อของฝาก
Temple Tour > ไปเที่ยววัด
Festival > เทศกาล งานประเพณี
General > ทั่วไป
Travel 77 Province @ เที่ยว 77 จังหวัด
U -  Reccommend > คุณแนะนำU - Reccommend > คุณแนะนำ
Restaurant > ร้านอาหาร
Hotel > โรงแรม + รีสอร์ท
Reccomend Rental Bus, Car, Boat > แนะนำ รถเช่า เรือ รถตู้
 Miscellennious >  เรื่องจิปาถะ Miscellennious > เรื่องจิปาถะ
Lucky > มงคลชีวิต โชคลาภ เงินทอง ความรัก
Horoscope > ดูดวง ทำนายทายทัก
Wonder > ตำนาน ความเชื่อ แปลก มหัศจรรย์
Interesting   >  เรื่องน่าสนใจ Interesting > เรื่องน่าสนใจ
Thai Words for Tourists
ภาษาอังกฤษสำหรับท่องเที่ยว
คำขวัญ 77 จังหวัด
You Ask
 PR.  News  >  ฝากข่าวประชาสัมพันธ์  PR. News > ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
Travel > ข่าวท่องเที่ยว
Job > ประกาศงานฟรี + หางาน
Others >  อื่น ๆ Others > อื่น ๆ
Be our members @ สมัครสมาชิก
Contact Us
นก - Member - Contact - Facebook
Be our Friend on Facebook @ มาเป็นเพื่อนกันบนเฟสบุ๊ค-SevenWonders ThailandVote
.


 free counters    
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
7wondersthailand.com